เรื่องราวหลากหลาย

มีเรื่องของเจ้าชายอินเดียผู้หนึ่ง ซึ่งได้ทำความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ความผิดนี้ร้ายแรงมากเพราะเป็นเรื่องการคิดกบฏ อย่างไรก็ดี กษัตริย์ก็ยังทรงเอ็นดูเจ้าชายผู้นั้นอยู่ไม่น้อย อยากจะอภัยโทษให้ แต่ทำอย่างไรล่ะ ที่จะให้เจ้าชายเรียนรู้จุดเริ่มต้นความสำเร็จได้ด้วยตนเอง

ครานั้น กษัตริย์จึงได้ป่าวประกาศว่า หากเจ้าชายเดินประคองชามนมมาจนถึงปลายทาง โดยที่นมไม่กระฉอกออกมาเลย ก็จะได้รับการอภัยโทษ คำพูดนั้นดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ง่ายเลย นอกจากเสียงโห่ร้องของประชาชนที่อยู่รอบลานประหารแล้ว ยังมีใบมีดคมกริบที่พร้อมจะฟันคอเจ้าชายได้ทุกเมื่อ ไหนจะสายตาของเพชฌฆาตที่จ้องมองเขาทุกฝีก้าว ทางเดียวที่จะรอดได้ คือ ต้องถือชามนมไปถึงเป้าหมายโดยที่ไม่หก

เจ้าชายจึงเพ่งมองไปที่ชาม ใช้สมาธิทั้งหมดจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ ไม่สนใจกับสิ่งแวดล้อมทางลบที่อยู่รอบด้าน เจ้าชายค่อย ๆ เดินไป เดินไป ในขณะที่สายตาจ้องมองอยู่ที่ชามนมมั่น และในที่สุด เจ้าชายก็ทำได้สำเร็จ ไปถึงเป้าหมายโดยที่นมไม่กระฉอกออกมาแม้แต่นิดเดียว กษัตริย์เห็นแล้วก็ยินดีปรีดา เอ่ยถามออกมาว่า “บัดนี้ เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” เจ้าชายอินเดียรู้ในทันทีว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า” หากเขาไม่มีสมาธิ ความตายคงจะมาเยือนเป็นแน่แท้

การตั้งเป้าหมายในชีวิตก็เช่นเดียวกัน เราต้องมีสมาธิ มีความตั้งใจจริง และเชื่อมั่นว่าเราทำได้ เริ่มแรก เราอาจจะตั้งเป้าหมายก่อน แล้วหาวิธีว่า การจะไปถึงเป้าหมายนั้นเราต้องทำอย่างไร อาจใช้วิธีกำหนดระยะเวลา เพื่อเพิ่มความท้าทายก็ได้ หรือบอกผู้อื่นให้รับรู้ ก็เป็นวิธีกระตุ้นที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เราอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในทันที แต่ก็ขอให้คิดถึงเป้าหมายเข้าไว้ หากสิ่งที่ทำลงไปมันทำให้คุณพลาดพลั้งไปบ้าง คุณก็แค่เปลี่ยนวิธี เช่น อยากไปเชียงใหม่ แล้วขึ้นเครื่องบินไม่ได้ จะขึ้นรถไฟได้ไหม ขึ้นรถทัวร์ได้หรือเปล่า

ขับรถไปเองหรือติดรถเพื่อน ก็ไปถึงเชียงใหม่ได้เหมือนกัน เป้าหมายยังอยู่ที่เดิม เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการ สิ่งที่สำคัญคือ จดจ่อ และมีวินัยในตนเอง อย่าล้มเลิกเพียงเพราะเสียงของคนอื่นรอบด้าน หากเขาเตือนด้วยความหวังดี คุณก็ควรรับไว้ แล้วพิจารณาว่า จะนำมาปรับปรุงการเดินทางให้ถึงจุดหมายได้อย่างไร ถ้าเหนื่อยคุณก็หยุดพักได้ แต่อย่าเดินถอยหลัง เป้าหมายอยู่ข้างหน้า แล้วคุณจะเดินถอยหลังไปทำไม อย่าลืมว่า คุณเลือกเส้นทางแห่งความสำเร็จได้ด้วยตัวของคุณเอง

ทุกวันนี้เทรนด์การดูแลสุขภาพกําลังมาแรง ไม่ว่าจะกินคลีน การออกกําลังกายรูปแบบต่างๆ การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แถมยังเป็นเรื่องสําคัญที่เราๆมักมองข้ามกันไป อย่าลืมว่าเรามีร่างกายเดียวที่เสียแล้วซื้อใหม่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ควรดูแลร่างกายของเราให้ดีที่สุด มาถึงจุดนี้คุณๆหลายคนคงสังเกตได้ว่าในปัจจุบันสินค้าและบริการต่างๆก็ประโคมการตลาดเกาะติดเทรนด์สุขภาพที่ว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริมสุขภาพ โปรแกรมการออกกําลังกาย และอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่มันจะดีกว่าไหมคะถ้าเราลองดูแลร่างกายตัวเองอย่างง่ายๆตามเคล็ดลับนี้กันก่อน

1. เลือกอาหารเสริมที่เหมาะกับคุณ
อย่าเผลอตกเป็นเหยื่อของการตลาดและการโฆษณาระดับเทพของวิตามินและอาหารเสริมต่างๆ มันไม่จำเป็นเลยที่คุณจะต้องกักตุนวิตามินที่คนอื่นว่าดี เอาเข้าจริงๆแล้วคุณอาจไม่ได้แตะมันเลยก็ได้ แต่ขอแนะนําให้คุณลองดูชิว่าร่างกาย คุณต้องการวิตามินหรืออาหารเสริมอะไรและเลือกมันให้เหมาะกับสุขภาพของคุณเท่านั้น
2. เช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ
อย่าเลื่อนนัดหมอฟัน ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะคิดว่าการไปตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุกๆ 6 เดือนนั้นอาจจะไม่จําเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้มีความรู้เท่าทันตแพทย์และไม่มีเครื่องมือที่จะตรวจตราได้แม่นยําครบทุกชอกฟัน อย่ารอจนมารู้ทีหลังว่าฟันที่ต้องถอนและใส่ฟันปลอมแทน คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้หากไปเช็คฟันเรื่อยๆ และทําการแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้ทันเวลา
3. เช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ อย่าคิดว่าคงไม่จําเป็นที่จะต้องเสียเงินตรวจสุขภาพ เพราะไลฟ์สไตล์ในยุคจรวดที่มีทั้งความเครียดและสิ่งปรุงแต่งต่างๆ ในชีวิตประจําวันที่ส่งผลให้ร่างกายของเราทรุดโทรมได้ไวขึ้น อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่แล้วว่าโรคใดๆก็ตามนั้น หากได้มีการตรวจพบเสียแต่เนิ่นๆ โอกาสในการรักษาทั้งในแง่เวลา ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายนั้นจะ ประหยัดกว่าเมื่อไปพบในระยะโคม่า ที่สําคัญที่สุดเลยคือโรคร้ายแรงส่วนใหญ่มีทางรักษาให้รอดชีวิตได้ถ้ารักษาแต่เบื้องต้น
4. เลือกประกันสุขภาพที่คุ้มที่สุด
ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการประกันสุขภาพรูปแบบต่างๆมากมาย ลองเลือกและคํานวณตัวเลขดูแล้ววิเคราะห์ว่าแบบไหนถึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
5. วางแผนมื้ออาหารเพื่อสุขภาพของตัวเอง
อาหารเพื่อสุขภาพที่จัดขายกันเป็นมื้อๆนั้น เมื่อนับรวมเป็นรายเดือนแล้ว ไม่ถือว่าถูกนะคะ แล้วถ้าหากคุณเป็นคนที่นิยมกินคลีนด้วยหละก็ถือว่าเปลืองมากเลยล่ะ ซึ่งอาหารเหล่านี้จริงๆแล้วทําง่ายมากและคุณเองก็ทําได้สบายๆ เพียงแค่ว่าขอให้วางแผนล่วงหน้าก่อนไปซุปเปอร์มาร์เก็ตว่าสัปดาห์หน้านี้จะทําเมนูใดบ้าง ลิสต์รายการส่วนประกอบมาให้ครบ ที่สําคัญ “ซื้อเฉพาะในรายการเท่านั้น” ร้อยทั้งร้อยของการไปจับจ่ายแต่ละครั้งหลายคนมักซื้ออาหารเกินความจําเป็น และหลายครั้งที่อาหารเหล่านั้นถูกโยนทิ้งเพราะเก็บนานจนเน่าเสีย ซึ่งถือว่าสิ้นเปลืองมาก

และที่สำคัญ คุณควรจัดสรรโปรแกรมออกกําลังกายด้วยตัวเองบ้าง อันนี้เป็นทีรู้กันอยู่แล้วว่าค่ารายเดือน-รายปี ของยิมสังกัดต่างๆนั้นโหดใช่ย่อย หลายคนท้วงว่าสมัครแพงๆ จะได้กระตุ้นให้ไปออกกําลังกายบ่อยๆ แต่จริงๆแล้วไม่จําเป็นเลย หากคุณตั้งใจ จริงแล้วว่าต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้ ออกไปวิ่ง ไปปั่นจักรยานตามสวนสาธารณะ หรือง่ายๆแค่รอบหมู่บ้านก็ยังไหว แล้วทําให้เป็นกิจวัตร โปรแกรมออกกําลังกายเซ็ตนี้คุณคิดเองได้ ทําได้ แบบประหยัดและคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

คนเรานั้นต้องการ แรงบันดาลใจ หรือแรงผลักดันให้กระทำสิ่งๆหนึ่งแตกต่างกัน บางคนต้องการหาแรงบันดาลใจในการทำงาน การเรียน การออกกำลังกาย การลดความอ้วน หรือด้านอื่นๆ แล้วแต่จุดมุ่งหมายว่าใครต้องการจะทำอะไร

ทั้งนี้ วิธีสร้างแรงบันดาลใจ ของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปเช่นกัน อาทิ การกำหนดเป้าหมาย การพัฒนาตนเอง การกำหนดระยะเวลา เช่น ภายใน 2 เดือน การหาเพื่อนร่วมกิจกรรมด้วย เช่น การออกกำลังกาย การหาบุคคลที่เป็น Idol หรือบุคคลต้นแบบ ทุกคนต้องการความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น แล้วความไม่สำเร็จล่ะ ? บางท่านบอกว่าอยากจะลืมๆอดีตที่เคยผิดหวังไปซะ ทั้งที่จริงๆแล้ว ความล้มเหลว ก็มีประโยชน์เหมือนกัน

ถ้าคิดง่ายๆ ลองคิดถึงนักกีฬาสิ คงไม่มีใครแข่งครั้งแรกแล้วได้แชมป์เลยจริงไหมล่ะ ทุกคน ต้องเริ่มต้นจากพื้นฐานด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะตอนฝึกซ้อมหรือแข่งจริง ล้วนย่อมมีทั้งแพ้และชนะ ไม่ต่างกัน หากเราวางมือตั้งแต่แพ้ในครั้งแรกคงไม่มีใครไปถึงเส้นชัยแน่นอน ดังนั้น วันนี้เรามารับรู้ การสร้างแรงบันดาลใจดีๆ อีกวิธีหนึ่งกันเถอะ

การสร้างแรงบันดาลใจที่ดี
1. ยอมรับ

ในโลกนี้ไม่มีใครทำอะไรเป็นมาตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องมาเรียนรู้ใหม่ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าคุณผิดหวังนั่นเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น ถ้าคุณยอมรับตรงจุดนี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น หากผิดหวังจริงๆ ความเจ็บปวดก็จะไม่ทำร้ายคุณมากเกินไป

2. ปรับแก้

บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น จนกว่าจะได้ทำสิ่งๆนั้นไปแล้ว และเมื่อรู้แล้ว ว่าปัญหาคืออะไร เราก็ใช้ปัญหานั้นเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองต่อไป เช่น ขาดทักษะ ความชำนาญในเรื่องนั้นๆ เราก็อาจไปอบรมหาความรู้ทางด้านวิชีพเพิ่ม หรือ เมื่อทำธุรกิจแล้วพบว่าเราไม่เก่งเรื่องการเงินเลย

ไม่มีการตรวจสอบเอกสาร จึงทำเอกสารบัญชีผิดพลาด เราก็ไปศึกษาเรื่องการทำบัญชี หรือหากเกิดจากการตัดสินใจผิดพลาด คราวหน้าเราก็คิดตัดสินใจให้รอบคอบยิ่งขึ้น หรืออาจขอคำแนะนำ คำปรึกษาจากผู้ที่มีความรู้มากกว่าเราก็ได้ จะเห็นได้ว่า ข้อดีของการเจอปัญหา ก็คือเพื่อให้เราได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

3. แพ้ได้แต่ต้องไม่นาน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าคนเรามีทั้งสมหวัง และผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น อย่าเสียเวลากับความซึมเศร้านานเกินไป ล้มแล้วต้องลุกให้ไว ความสำเร็จไม่มีที่ว่างไว้ให้กับ คนที่ล้มนาน

การนำความผิดหวัง หรือความพ่ายแพ้มาทบทวนนั้น ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแบบง่ายๆ ให้เราประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ตามคำกล่าวที่ว่า

เมื่อคุณต้องการลดน้ำหนักให้รูปร่างดูดี การอดอาหารมักจะเป็นเรื่องที่ดึงดูดใจของใครหลายๆคน ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักที่ง่ายและรวดเร็ว (ในระยะเวลาสั้นๆ) ซึ่งในการทดลองพบว่ามีโอกาสที่จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนัก วิธีการลดน้ำหนักที่ช้าและคงที่ ยังคงเป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพในการจัดการกับน้ำหนัก การศึกษาล่าสุดพบว่าการอดอาหารจะทำให้เกิดภาวะโยโย่ที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นๆลงๆ และยังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
Yo-Yo Effect อันตรายต่อสุขภาพ
การวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า ภาวะของ Yo-Yo Effect อาจเป็นอันตรายต่อกลุ่มต่างๆ เช่น สตรีวัยหมดประจำเดือน การศึกษาใหม่ได้รับการตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine บอกว่า การเกิด Yo-Yo Effect เป็นผลจากการขาดแคลอรี่มากเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทําให้ระบบต่างๆ ทํางานผิดปกติ ภาวะนี้จะลดการทํางานระบบเผาผลาญให้ต่ำลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าไขมันก็มีส่วนหายไปบ้าง แต่กล่ามเนื้อก็หายไปด้วย

ซึ่งการศึกษาครั้งใหม่นี้ มีข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกซึ่งมีชายและหญิงจำนวน 9,509 คนที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 75 ปี ซึ่งทั้งหมดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและคอเลสเตอรอลสูง ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับการกำหนดปริมาณยาลดระดับไขมันในเลือดที่แตกต่างกัน และการทดลองเดิมได้รับการสนับสนุนโดยไฟเซอร์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นคว้าวิจัยยาระดับโลก)

ผู้เข้าร่วมประชุมได้ติดตามผลมาประมาณห้าปี และมีการประเมินน้ำหนักทุกหกเดือน ในเวลานั้นนักวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวซ้ำๆ มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น แม้ว่าการเชื่อมโยงจะมีนัยสำคัญโดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา และมีการพบว่าโรคเบาหวานนั้นก็มีส่วนในการเกี่ยวข้องกับภาวะนี้ด้วย

โดยรวมคนที่มีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักเฉลี่ยที่มากที่สุด (มากถึง 8.6 ปอนด์ระหว่างการศึกษา) มีประสบการณ์เป็นลมหมดสติจากโรคหัวใจมากกว่า 136% อาการหัวใจวาย 117% และเสียชีวิต 124% ในระหว่างการศึกษามากกว่าคนที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด (ไม่ถึง 2 ปอนด์) ในน้ำหนักปัจจุบัน สำหรับความผันผวนของน้ำหนักทุก 1.5 ถึง 2 ปอนด์ จะมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น 4% และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตถึง 9%

Dr. Sripal Bangalore ผู้อำนวยการที่ NYU Langone Medical Center กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้ดูน่าแปลกใจ “เราคาดหวังว่ามันจะมีความสัมพันธ์กัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญอะไร” เขากล่าว

การศึกษาไม่สามารถระบุได้ว่า ทำไมคนถึงต้องสูญเสียน้ำหนักไม่ว่าจะโดยเจตนาไม่ตั้งใจ หรือเป็นผลมาจากการเจ็บป่วย และไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลระหว่างการขี่จักรยานอย่างหนักกับปัญหาหัวใจในอนาคตได้ แต่ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าแพทย์ควรกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของน้ำหนักในผู้ที่เป็นโรคหัวใจซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่ออาการหัวใจวายและภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอื่นๆ

ดร. Bangalore กล่าวว่า “เมื่อเราเห็นผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ป่วยโรคอ้วนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เรามักแนะนำให้ลดน้ำหนัก” “แต่การบอกด้วยเหตุนี้ นั่นเป็นเพราะว่าเรารู้ว่าผู้ป่วยไม่เพียงแค่น้ำหนักลดลงเท่านั้น แต่อาจจะมีภาวะที่น้ำหนักกลับมา เรารู้ว่านี่เป็นความเครียดที่สำคัญต่อร่างกาย ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องค้นหาว่าเราสามารถป้องกันได้อย่างไรบ้าง”

ดร. Bangalore กล่าวว่า ข้อความที่นี่ควรใช้กับทุกคนที่พยายามจะลดน้ำหนัก ไม่ใช่แค่คนที่เป็นโรคหัวใจเท่านั้น “ฉันมักจะเห็นผู้ป่วยที่พยายามลดน้ำหนักและเมื่อพวกเขาบรรลุเป้าหมายแล้ว พวกเขาก็พยายามที่จะผ่อนคลายและกลับไปใช้นิสัยเก่าๆ” เขากล่าว “สิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดน้ำหนักนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อคุณทำทุกอย่างอย่างหนักแล้วก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะอยู่ห่างๆ มันเอาไว้”

น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ตั้งแต่ 55% ถึง 78% ขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นอกจากนี้ น้ำยังไม่มีแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลอีกด้วย

ปริมาณของน้ำที่ดื่มในทุกวันมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อสุขภาพที่ดีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วต่อวัน นอกจากนี้สถาบันการแพทย์ยังกำหนดปริมาณน้ำที่ควรบริโภคต่อวัน โดยในเพศชายควรดื่มน้ำประมาณ 3 ลิตร/วัน ส่วนผู้หญิงควรดื่มประมาณ 2.2 ลิตร/วัน

น้ำยังช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นซึ่งสำคัญมาก เพราะทุกเซลล์ในร่างกายต้องการน้ำเพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ และต่อไปนี้คือ 10 ประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำดื่มที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. บรรเทาความเมื่อยล้า
หากคุณกำลังรู้สึกเมื่อยล้าก็มีโอกาสสูงว่าเป็นเพราะดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ ในความจริงแล้วความเมื่อยล้าจัดเป็นสัญญาณแรกของร่างกายขาดน้ำก็ว่าได้

เมื่อน้ำในร่างกายลดน้อยลง หัวใจจะทำงานหนักขึ้นในการปั้มเลือดที่มีออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือด และยังทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและลดความเมื่อยล้าลงได้

2. ช่วยปรับปรุงอารมณ์
การวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าการขาดน้ำอย่างอ่อนๆ (แม้เพียง 1-2% ของระดับปกติ) ก็ส่งผลแง่ลบต่ออารมณ์และความสามารถในการคิดแล้ว

มีการศึกษาขนาดเล็กๆ ที่ดำเนินการกับผู้หญิงจำนวน 25 ราย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการได้พบว่า การขาดน้ำส่งผลต่ออารมณ์และความสามารถในการทำความเข้าใจ สีของปัสสาวะจะบอกได้ดีถึงระดับของน้ำในร่างกาย ยิ่งสีอ่อนๆ ร่างกายก็ยิ่งมีความชุ่มชื้น แต่ในทางกลับกันหากสีเข้มก็แสดงว่าร่างกายอาจกำลังขาดน้ำอยู่

3. รักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน
หากคุณมีอาการปวดศีรษะหรือปวดไมเกรน สิ่งแรกที่คุณควรทำเพื่อบรรเทาอาการก็คือควรดื่มน้ำให้มากๆ เพราะบ่อยครั้งอาการปวดหัวและไมเกรนมากจะเกิดจากร่างกายขาดน้ำ

จากการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารประสาทวิทยาในยุโรปพบว่า การดื่มน้ำให้มากขึ้นจะช่วยลดชั่วโมงและความรุนแรงของอาการปวดหัวในกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาได้

4. ช่วยในการย่อยอาหารและอาการท้องผูก
น้ำยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหารในร่างกาย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพออาจทำให้ลำไส้ดึงเอาน้ำออกมาจากอุจจาระในลำไส้เพื่อรักษาความชุ่มชื้น จึงทำให้อุจจาระแข็งตัวและยากที่จะถ่ายออกมาได้

การดื่มน้ำที่เพียงพอช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานและลำไส้มีการเคลื่อนตัวได้ดี ยิ่งหากดื่มเป็นน้ำอุ่นแล้วก็จะยิ่งดีต่อระบบย่อยอาหารในร่างกายมากกว่าดื่มน้ำเย็นเสียอีก

5. ช่วยลดน้ำหนัก
ในการทดลองทางคลินิก นักวิทยาศาสตร์พบว่าการดื่มน้ำ 8 ออนซ์ จำนวน 2 แก้วก่อนมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากอาหารและช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผล เมื่อคุณดื่มน้ำมันช่วยเติมกระเพาะให้เต็มและลดแนวโน้มการกินมากเกินควรได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และช่วยในการสลายและกำจัดเซลล์ไขมันได้อีกด้วย

น้ำเป็นเครื่องดื่มที่ปราศจากแคลอรี่ จัดเป็นเครื่องดื่มทดแทนแอลกอฮอล์ หรือน้ำอัดลม รวมไปถึงเครื่องดื่มหวานๆ ที่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้

6. ช่วยล้างสารพิษ
น้ำเป็นตัวช่วยกำจัดพิษชั้นเลิศ ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียส่วนใหญ่ออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของไต ลดปริมาณนิ่วในไตโดยเจือจางเกลือและแร่ธาตุต่างๆ ในปัสสาวะซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ่วในไต

แม้ว่าคุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเตือนว่าอย่าให้มากเกินไปนัก เนื่องจากมันอาจลดความสามารถในการกรองของเสียของไตได้

ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรดื่มเมื่อรู้สึกกระหาย และให้นับรวมของเหลวชนิดอื่นๆ รวมไปถึงน้ำที่มีในอาหารที่คุณทานด้วย

7. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
ปริมาณน้ำที่เพียงพอในร่างกายยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายอีกด้วย เพราะคุณสมบัติของน้ำจะช่วยให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความร้อนในร่างกายออกมาผ่านทางเหงื่อที่ไหลออกจากผิว จึงช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้

อุณหภูมิร่างกายที่ถูกควบคุมไว้ได้ดี จะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงเวลาออกกำลังกาย น้ำช่วยหล่อลื่นข้อต่อและกล้ามเนื้อซึ่งช่วยป้องกันตะคริวและเคล็ดขัดยอกได้

8. ช่วยให้ผิวสุขภาพดี
น้ำช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้น และช่วยให้โลหิตไหลเวียนในเส้นเลือดฝอยได้อย่างสะดวก ซึ่งช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีและอ่อนกว่าวัย อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อ บำรุงผิวพรรณ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังได้

เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างพอเพียง ผิวก็จะรู้สึกชุ่มชื้นแลดูสดใส นุ่มมือ เป็นประกายและเรียบเนียน ทั้งยังช่วยป้องกันริ้วรอยเล็กๆ ลดรอยแผลเป็น ลดสิวและริ้วรอยอื่นๆ จากภาวะแก่ก่อนวัยได้ด้วย

9. บรรเทาอาการเมาค้าง
การดื่มน้ำเป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการขจัดอาการเมาค้าง เนื่องจากน้ำมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ จึงช่วยขจัดแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไป ดังนั้นน้ำจึงช่วยร่างกายได้คืนสภาพและเร่งการฟื้นตัวให้เร็วขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำ 16-20 ออนซ์ก่อนที่คุณจะไปเข้านอน ในคืนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

10. ขจัดกลิ่นปาก
การมีกลิ่นปากเป็นสัญญาณว่าคุณอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ เพราะน้ำช่วยให้ปากชุ่มชื้นและช่วยล้างเศษอาหารที่ตกค้างรวมไปถึงแบคทีเรียในปากได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเจือจางสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากซึ่งแบคทีเรียสร้างขึ้นมา

ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหารหรือมื้ออาหารว่างเพื่อควบคุมกลิ่นและช่วยขจัดแบคทีเรีย รวมไปถึงเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและซอกเหงือกด้วย

สรุปว่า มันเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอกับร่างกายในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำอย่างเต็มที่ และให้แน่ใจว่าคุณดื่มน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว รวมไปถึงควรทานผลไม้และผักฉ่ำน้ำต่างๆ ให้มากขึ้นด้วย

ถึงแม้ว่าในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ คนที่เพิ่งจะเรียนจบ หรือคนที่กำลังเบื่องาน ใคร ๆ ต่างก็มองหาทางออกและวางแผนเป้าหมายไปที่คำว่า “เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว” แต่คำตอบเหล่านี้ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดของใครหลายคน และอาจจะไม่ใช่ทางออกสุดท้ายในการประกอบอาชีพ

ใครๆต่างก็บอกว่าอาชีพนี้ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ บางทีก็มีอารมณ์เซ็งเจ้านาย เบื่อหัวหน้า ไม่เข้าใจลูกน้อง และอยากออกไปเป็นนายตัวเอง เพราะความสบาย คิดอะไรได้ตามใจ แต่ก็ไม่เสมอไปที่ทุกเส้นทางในการเป็นเจ้าของกิจการจะประสบความสำเร็จ การมีอาชีพเสริมก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทุกคน

จะทำอย่างไร หากจะรวยจากอาชีพที่ทำอยู่

วิธีที่ 1 จากลูกจ้างเป็นนายจ้าง

บางคนเรียนจบออกมาก็มองหาอาชีพและต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงอย่างเดียว มองหาความอิสระในชีวิต เป็นเจ้าของกิจการ ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร แต่ลูกจ้างนี่ล่ะค่ะจะเป็นตัวขับเคลื่อนอย่างดีให้กับทุกธุรกิจ เพราะหากลูกจ้างฝีมือดี มีความสามารถ ผลงานที่ได้ก็จะออกมาดีและประสบผลสำเร็จ และการเป็นลูกจ้างก็จะทำให้เราสามารถเรียนรู้งานได้จากทุกๆ ส่วน เรียนรู้คน การรับมือกับคนในรูปแบบและสถานการณ์ต่าง ๆ การเรียนรู้และพูดคุยกับลูกค้า เมื่อเกิดการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นลูกจ้าง เป็นหัวหน้างาน ดังนั้นการก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของกิจการที่เข้าใจงาน เข้าใจคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

วิธีที่ 2 เลือกงานที่จะพัฒนาทักษะความสามารถ

การทำงานทุกอย่างจำเป็นต้องใช้ทักษะ ความสามารถในการทำงานในแต่ละส่วน แต่ละบทบาท ดังนั้นการทำงานก็จำเป็นต้องเลือกงานที่จะทำให้เราพัฒนาทักษะ ความสามารถที่มีอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งต้องเป็นงานที่จะทำให้เรามีความก้าวหน้าและพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การตั้งเป้าหมายและความคาดหวังในงานเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมี ดังนั้น การพัฒนาทักษะความสามารถจะทำให้เกิดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้สูงขึ้น หรือเปลี่ยนทักษะความสามารถมาเป็นเจ้าของกิจการก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้เช่นกัน

วิธีที่ 3 ความเป็นมืออาชีพ

เป็นความสำคัญอันดับต้น ๆ ของคนที่อยากจะพัฒนาทักษะความสามารถเลยก็ว่าได้นะคะ ความเป็นมืออาชีพในงานเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้างจำเป็นต้องมี เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพ และตรงกับความต้องการของลูกค้า ตรงกับความต้องการของเจ้านายเป็นสำคัญ ความเป็นมืออาชีพสามารถฝึกและเริ่มทำได้ และจำเป็นต้องมีในการทำงานทุกส่วน เพื่อประสานและขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวไปข้างหน้า และผลตอบแทนของความเป็นมืออาชีพนี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวชี้วัดการทำงานของคุณว่ามีประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

วิธีที่ 4 ฝึกอบรมและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

หลายคนมองว่าการทำงานในแต่ละวันนั้นมีความยุ่งยาก เบื่อหน่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องงาน เรื่องเพื่อนร่วมงาน เรื่องหัวหน้า ลูกน้อง รวมไปถึงเรื่องส่วนตัว อยากเปลี่ยนงาน อยากได้เงินเดือนเยอะ ๆ แต่หากต้องการความก้าวหน้าในงานนั้น คุณควรหยุดความคิดเหล่านี้ และลองพิจารณาดูสิคะว่าอะไรกันแน่ที่คุณอยากเปลี่ยน แต่หากยังหาคำตอบในเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ให้คุณลองสมัครคอร์สฝึกอบรมในเรื่องต่าง ๆ ฝึกอบรมทักษะต่างๆ ทั้งทักษะที่มีความเกี่ยวข้องกับงาน หรือจะเป็นทักษะที่สนใจ บางครั้งการเปิดมุมมองและรับสิ่งใหม่ จะทำให้โอกาสในการก้าวไปข้างหน้ามีมากกว่าเดิมก็เป็นได้

 

เมื่อพูดถึงการล้างพิษในร่างกายนั้น อาหารจัดได้ว่าเป็นยาที่ดีที่สุด คุณจะแปลกใจว่าในอาหารโปรดหลายชนิดนั้นช่วยล้างพิษในร่างกายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ลำไส้ ไต หรือผิวพรรณ ทั้งยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสารพิษได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังปกป้องสารพิษจากมลภาวะรอบตัว การเสพติดอาหาร ควันบุหรี่มือสอง รวมไปถึงสารพิษชนิดอื่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารผลไม้อร่อยๆ ผักสด ถั่ว และน้ำมันชนิดต่างๆ ดังนี้

1. แอปเปิ้ล
เพราะในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดที่สามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายได้ ช่วยกำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางลำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก

2. อะโวคาโด
เรามักจะคิดแค่ว่าอะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความจริงแล้วอะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน ช่วยต้านทานสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆ ได้

3. บีทรูท (ผักกาดแดง)
ในหัวบีทรูทนั้นมีสารประกอบตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม

4. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบำบัดที่ทรงพลังอีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้นมีแอสไพรินตามธรรมชาติที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมองได้ด้วย

5. กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีมีสาระต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมากช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้

6. ขึ้นฉ่าย
ทั้งขึ้นฉ่ายและเมล็ดขึ้นฉ่ายต่างก็ช่วยดีท๊อกซ์เลือดได้อย่างดีเยี่ยม มีสารต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด ช่วยล้างพิษเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นมีสารต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบในควันบุหรี่ออกไปได้

7. แครนเบอร์รี่
ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะในแครนเบอร์รี่นั้นมีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้านไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก

8. เมล็ดลินิน
อุดมไปด้วยกรดไขมันสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งเมล็ดลินินและน้ำมันเมล็ดลินินต่างก็สำคัญต่อการทำความสะอาดระบบต่างๆ ตลอดทั้งร่างกายได้

9. กระเทียม
ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในลำไส้และไวรัสต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเลือดและลำไส้ กระเทียมช่วยล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้านมะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยล้างพิษจากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการขับสารพิษออกจากปอดและไซนัส เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)
ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากเส้นใยเพคตินที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงช่วยทำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับโลหะหนักและนำพาออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีสารที่ช่วยต้านไวรัสจึงขจัดไวรัสที่ทำอันตรายออกไปได้ เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ล้างพิษที่ยอดเยี่ยมสำหรับลำไส้และตับเลยทีเดียว

11. ผักคะน้า
ผักคะน้านึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างสารพิษออกไปจากร่างกายได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดทางเดินอาหาร คล้ายๆ กับกระหล่ำปลีนั่นเอง คะน้ายังทำให้สารที่พบในควันบุหรี่มีความเป็นกลาง และยังช่วยล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12. พืชตระกูลถั่ว
เพิ่มถั่วที่ปรุงสุกแล้วลงไปในอาหารมื้อต่อไปของคุณ มันเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด พืชตระกูลถั่วยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วยนะ

13. เลมอน
จัดเป็นสารล้างพิษตับชั้นเยี่ยม ในเลมอนประกอบไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อนำไปผลิตสารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน กลูต้าไธโอนช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีอันตรายต่างๆ บีบน้ำเลมอนสักลูกผสมกับน้ำสะอาดแล้วดื่มทุกวันเป็นประจำช่วยล้างพิษในร่างกายได้

14. สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่มักจะถูกละเลยในโลกตะวันตก จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัย McGill ในมอนทรีออล พบว่าสาหร่ายทะเลช่วยดักจับสารกัมมันตรังสีในร่างกายได้ อีกทั้งยังดักจับโลหะหนักแล้วขจัดออกไปจากร่างกาย นอกเหนือจากนี้ในสาหร่ายทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมากด้วย

15. ผักวอเตอร์เครส (สลัดน้ำ)
ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วยการนำไปทำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนี้เพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวันจะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่าระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย

การกินผักและผลไม้ที่หลากหลายจัดเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการล้างเอาสารพิษที่เป็นอันตรายออกไปจากร่างกาย อีกทั้งมันยังอร่อยถูกปากรสชาติดีอีกด้วยนะ

การทำงานทุกสิ่งทุกอย่างนั้น เรื่องหนึ่งที่ทำให้คนทำงานมีความภาคภูมิใจ และเป็นจุดมุ่งหมาย เป็นเป้าหมายสำคัญของคนทำงาน ก็ต่อเมื่อการทำงานชิ้นนั้นได้ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเล็ก งานชิ้นใหญ่ งานทุกชิ้นล้วนมีบทบาท มีความสำคัญกับทุกส่วนในองค์กร ทุกส่วนในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า แม่ค้า หรือคนทำงานในทุกกลุ่มธุรกิจ ต่างก็มุ่งหวังผลสำเร็จของงานด้วยกันทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในรูปแบบใด สาขาใด การก้าวไปสู่ความสำเร็จก็นับได้ว่าการทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด การก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความยากลำบากต่าง ๆ การเผชิญหน้า การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็นับได้ว่าเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ เมื่อความสำเร็จเปรียบเสมือนการก้าวเดินไปตามขั้นบันไดแต่ละขั้น

การขึ้นไปในแต่ละขั้นของบันไดนั้น ย่อมต้องผ่านอุปสรรค ผ่านปัญหา แต่เมื่อสามารถก้าวข้ามบันไดไปสู่ความสำเร็จได้ ก็นับว่าผลของการทำงานนั้นประสบความสำเร็จ วันนี้เราจะนำเสนอบันได 5 ขั้นของความสำเร็จ

ในแต่ละขั้นต่าง ๆ เพื่อการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นมีอะไรบ้าง

ขั้นที่ 1 คือ ความอดทน

ไม่ว่าการทำงานในรูปแบบใดก็จำเป็นต้องอาศัยความขยัน และความอดทนเป็นพื้นฐานในการทำงานทุกชนิด เพราะว่าความอดทนจะเป็นบันไดขั้นแรกในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ ไม่เพียงแต่ความอดทนในการทำงานเพียงเท่านั้น ทั้งยังต้องมีความอดทนในการเผชิญหน้ากับปัญหา อุปสรรค หรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ มีอาจจะมากระทบ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ภาวะเศรษฐกิจ สภาพสังคม หากการทำงานสิ่งใดแล้วนั้น ขาดความอดทนเป็นพื้นฐาน งานก็คงไม่อาจจะสำเร็จได้ดังที่หวังไว้

ขั้นที่ 2 คือ การตรงต่อเวลา

นิสัยโดยส่วนใหญ่ของคนไทย มักจะยืดหยุ่น ผ่อนปรน เป็นพื้นฐานสำคัญ และนิสัยเช่นนี้ได้ส่งผลไปถึงการทำงานด้วยเช่นกัน ทำให้คนไทยมักละเลยและไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการนัดหมาย การไปให้ทันตามเวลาที่นัดหมาย และความตรงต่อเวลา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้หลายธุรกิจมักจะไม่ประสบความสำเร็จ การไม่ใส่ใจเวลานัดหมาย การเลื่อนเวลานัด การไปสายกับสารพัดข้อแก้ตัว ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การค้า การเจรจาธุรกิจของไทยมักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่หากเราปรับเปลี่ยนและหันมาให้ความใส่ใจกับเรื่องของเวลา ก็จะช่วยให้เรามีแบบแผน ดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน

ขั้นที่ 3 คือ การเปิดใจและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

เป็นบันไดอีกขั้นในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เมื่อมีการนำเสนอวิธีคิด การเปิดประชุม การเปิดใจ การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น เมื่อมีการเปิดใจ เสนอแนะความคิดเห็น หลายครั้งมักทำให้ถูกไม่พอใจ และกลับกลายเป็นว่าเป็นการหักหน้า แย่งชิงผลงาน แต่การเปิดใจและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นนั้น จะช่วยเพิ่มทางเลือกและช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยับขยายธุรกิจ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานได้สำเร็จอีกด้วย

ขั้นที่ 4 คือ ความสุภาพนอบน้อม

ในสังคมปัจจุบันผู้คนเริ่มละเลยกับเรื่องความสุภาพ นอบน้อม ต่อกันและกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็คิดว่า เราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล สามารถทำได้ทุกอย่าง ตัดสินใจได้ทุกอย่าง แต่ความสุภาพนอบน้อมในการทำงานนั้น จะทำให้เกิดความเมตตา เอ็นดู ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจด้วยกัน ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน ความสุภาพนอบน้อมจะเป็นบันไดที่ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น

ขั้นที่ 5 คือ ความเป็นมืออาชีพ

การทำงานทุกสิ่งนั้น นอกจากจะอาศัยความเชี่ยวชาญ ความขยัน และบันไดขั้นอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่สิ่งหนึ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน นั่นก็คือ .. “ความเป็นมืออาชีพ” เพราะสิ่งหนึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้บันไดความสำเร็จสมบูรณ์ เพราะความเป็นมืออาชีพในการทำงาน จะตอบโจทย์ทุกสิ่งทุกอย่าง จะทำงานอย่างมืออาชีพ ต้องมีความอดทน รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา เปิดใจรับฟัง และต้องไม่ลืมความสุภาพนอบน้อม

เพราะด้วยความเป็นมืออาชีพในการทำงาน จะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของการทำงาน และทำให้งานนั้นประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไหน ทุกคนต่างก็มุ่งหวังการทำงานอย่างประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น บันได 5 ขั้นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ สามารถนำไปใช้ในการทำงานทุกรูปแบบ

 

สาวๆหนุ่มๆคะ คุณคิดว่าคุณกินอาหารสุขภาพดีเท่าที่คุณคิดหรือไม่? หากว่าคุณกินผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนมากเพียงพอ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ตรงกันข้าม หากคุณมัวแต่กินอาหารที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อร่างกาย แถมยังจะสร้างอนุมูลอิสระภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยน้ำตาลส่วนเกินและโซเดียมมากมายที่พร้อมจะทำให้คุณดูบวมกว่าที่คิด และนี่ก็คือ อาหารที่แย่ที่สุด และ อาหารที่ดีที่สุด!

ผักที่ดีที่สุด: ผักใบเขียวเข้ม

ผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากที่สุดคือ ผักโขม ผักคะน้า ผักกาดเขียวปลี และบร็อคโคลี่ เนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุด เต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่ช่วยปกป้องเซลล์และสร้างระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดให้กับร่างกาย ที่สำคัญคือแคลอรี่น้อยมาก ซึ่งนักวิชาการแนะนำว่า ควรกินผักใบเขียวประเภทนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ถ้วย จะกินแบบนำไปห่อกับสลัดหรือนำไปทำแซนวิชก็ไม่เลว ใครอยากจะกินแบบเป็นน้ำปั่นสมูทตี้เพื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมก็สามารถนำปั่นผสมกับกรีกโยเกิร์ต เติมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย แค่นี้ก็อร่อยแล้ว

ผักที่แย่ที่สุด: ผักอะไรก็ได้ที่อยู่ในกระป๋อง

อาหารกระป๋องมักจะเป็นอาหารที่ค่อนข้างไม่มีคุณค่าทางสารอาหารมากเท่าไหร่นัก และผักที่มาในรูปแบบของกระป๋อง เช่น ผักกาดดองน้ำเกลือ ข้าวโพดกระป๋อง แครอทกระป๋อง มักจะไม่มีคุณค่าทางอาหารหรือไฟเบอร์หลงเหลืออยู่เลย และเต็มไปด้วยโซเดียมมากมายที่เมื่อกินเขาไปแล้วจะทำให้ร่างกายบวมน้ำมากกว่าได้สารอาหารดีๆ แต่ถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ไปเดินตลาดหรือเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตมากมายอะไรอยู่แล้ว ให้ลองซื้อผักแช่แข็งแทนจะดีกว่า เนื่องจากเป็นการฟรีซผักในอุณหภูมิต่ำ สารอาหารจึงอยู่ครบถ้วนกว่า และไม่มีโซเดียมมาให้กวนใจ

ผักที่ดีที่สุด: คะน้า กะหล่ำดอก กะหล่ำ และผักอื่นๆ

ผักคะน้าไม่ได้เป็นผักที่โดดเด่นในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการจนได้ชื่อว่าเป็น ซุปเปอร์ผัก (cruciferous) เพียงอย่างเดียว ยังมีผักอื่นๆในตระกูลกะหล่ำปลีอย่าง กะหล่ำดาว กะหล่ำดอก และผักอื่นๆอีกมากมาย ผักเหล่านี้จะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและได้รับการยืนยันจากนักโภชนาการแล้วว่าช่วยลดการเกิดมะเร็งและไขมันหน้าท้องได้ อีกทั้งสารซีแซนทีน แคโรทีนอยด์ และลูทีน ที่พบในผักตระกูล cruciferous นี้ จะช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV ที่เป็นอันตรายจากแสงแดดและสารอนุมูลอิสระในสิ่งแวดล้อมที่ต้องพบเจอในแต่ละวันด้วย

ผักที่แย่ที่สุด: ผักที่เต็มไปด้วยแป้ง

ผักที่เต็มไปด้วยแป้งนั้นส่วนมากแล้วจะมีรสชาติอร่อย อย่างข้าวโพด ถั่ว มันฝรั่ง ฟักทอง สควอช และมันเทศ ผักประเภทนี้มักจะมีวิตามินน้อย รวมไปถึงแร่ธาตุและเส้นใยที่น้อยกว่าผักชนิดอื่น

ถั่วที่ดีที่สุด: ถั่วปรุงสุก

ถั่วชิกพี ถั่วดำ ถั่วลาย เป็นธัญพืชที่ดีต่อสุขภาพและกระดูกสันหลังของคุณ อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและโรคอ้วน สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งของคาวและของหวาน

ถั่วที่แย่ที่สุด: ถั่วกระป๋อง

ผลิจภัณฑ์อะไรก็ตามที่มาในรูปแบบกระป๋องนั้นมักจะไม่ค่อยมีสารอาหารใดๆมากเท่าที่ควรอยู่แล้ว ถั่วกระป๋องนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายในการใช้ เพราะมีชิ้นที่เล็กและได้ในปริมาณเยอะ แต่หลายต่อหลายครั้งที่ถั่วกระป๋องมักเป็นอาหารที่สาวๆสายเฮลตี้เค้าไม่คิดจะกินกัน เพราะมันเต็มไปด้วยโซเดียมที่ทำให้ร่างกายบวมน้ำ แต่นานๆจะหยิบขึ้นมากินคู่กับแซนด์วิชก็ไม่เลว

ผลไม้ที่ดีที่สุด: อะโวคาโด

อะโวคาโดอาจมีไขมันสูง แต่ก็เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) และมีโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพและหัวใจ รวมทั้งไฟเบอร์ วิตามินอี วิตามินบี และโพแทสเซียม ลองหั่นอะโวคาโดสักสี่ชิ้นลงในแซนด์วิชมื้อเช้า หรือนำไปคลุกกับสลัดผักนตอนกลางวันก็จะช่วยเพิ่มพลังงานให้คุณได้เป็นอย่างดี

ผลไม้แย่ที่สุด: เครื่องดื่มผลไม้แปรรูป

ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มักจะวางขายตามท้องตลาดให้ดูเสมือนว่าเป็นน้ำผลไม้แท้ๆ แต่จริงๆแล้วเป็นน้ำผลไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและแคลอรี่ที่พุ่งปรี๊ด โดยการเพิ่มสารให้ความหวานเทียมที่ช่วยลดปริมาณของน้ำตาลบนฉลาก (แต่ไม่ลดความหวานที่กินเข้าไปในร่างกายได้) และไม่ใช่น้ำผลไม้ชนิดบรรจุขวดเท่านั้นที่คุณควรหลีกเลี่ยง การต้มผลไม้ทั้งตัวจะข้นน้ำตาลและมักจะขจัดเส้นใยออก

ผลไม้ที่ดีที่สุด: เบอร์รี่

ผลไม้ในตระกูลนี้อย่างบลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และสตรอเบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารโพลีฟีนอล และแอนโทไซยานิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและภาวะสมองเสื่อม ผลเบอร์รี่มักจะมีวิตามินซีสูงและแคลอรีต่ำเพียง 80 แคลอรี่เท่านั้น แน่นอนว่ามันดีกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แน่นอน อีกทั้งยังมีคอลลาเจนที่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการดูดซึมวิตามินซีและแมงกานีสซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยให้การเผาผลาญสารอาหารกลายเป็นพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้

ผลไม้ที่แย่ที่สุด: ผลไม้กระป๋องหรือผลไม้อบแห้ง

ผลไม้มันมีรสหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีน้ำตาลเพิ่ม ซึ่งผลไม้กระป๋องหรือผลไม้อบแห้งนั้นมักเต็มไปด้วยน้ำตาล แน่นอนว่ามันเป็นที่มาของแคลอรี่ที่ไม่จำเป็นและมันก็หมายถึงความอ้วนที่จะตามมา

ผลไม้ที่ดีที่สุด: ผลไม้แช่แข็ง

ผลไม้แช่แข็งนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีของคนที่อยากดื่มสมูทตี้จากผลไม้นอกฤดู ความสดใหม่ของผลไม้แช่แข็งจะยังคงคุณค่าทางสารอาหารเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน และสะดวกกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี

ธัญพืชที่ดีที่สุด: โฮลเกรน

เพื่อนที่ดีที่สุดของคนที่กำลังลดน้ำหนัก จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากโฮลเกรนค่ะ เพราะเต็มไปด้วยเส้นใยโปรตีนจากพืชวิตามิน แร่ธาตุ และพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ธัญพืชที่แย่ที่สุด: ขนมปังขาวและพาสต้า

ขนมปังขาว พาสต้า ข้าว แครกเกอร์ อาหารเหล่านี้มักเต็มไปด้วยกลูเต็นและสารอาหารที่จำเป็นมักจะถูกลดทอนลงไป เมื่อกินเข้าไปแล้วจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ และนำไปสู่การดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่รวดเร็วมากกว่าเดิม ทางที่ดีควรเปลี่ยนไปกินขนมปังโฮลวีทหรือเส้นพาสต้าที่ทำมาจากธัญพืชไม่ขัดสีจะดีกว่า

อาหารเช้าที่ดีที่สุด: ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 โฟเลต ไฟเบอร์ และโพแทสเซียม ทำให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและเผาผลาญไขมันภายในร่างกายได้ดี

อาหารเช้าที่แย่ที่สุด: ซีเรียล

อาหารเช้าอย่างซีเรียลรสชาติต่างๆ นั้นเต็มไปด้วยน้ำตาลและมีแคลอรี่สูงมาก แต่มันก็ยังเป็นที่นิยมเนื่องจากความสะดวกสบาย เทนมใส่ชามก็กินได้เลย เราขอแนะนำให้คุณกินน้อยๆ แล้วเติมผลไม้ประเภทบลูเบอร์รี่ลงไปด้วยก็จะดีมาก

โปรตีนที่ดีที่สุด: ปลา

โดยเฉพาะปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงต่อสภาวะสุขภาพ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน หืดหอบ หรือแม้แต่มะเร็งบางชนิด

โปรตีนที่แย่ที่สุด: เนื้อแดง

เนื้อแดงนั้นเต็มไปด้วยไขมันและคอเลสเตอรอล หากกินมากเกินไปจะทำให้มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังหลายอย่าง เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภท 2 โรคถุงอัณฑะอักเสบ ภาวะลำไส้อักเสบ และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในคนที่เป็นมะเร็งเต้านมด้วย

โปรตีนที่ดีที่สุด: เต้าหู้

เต้าหู้นั้นมีโปรตีนมากถึง 10 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เป็นโปรตีนมากพืชที่มีประโยชน์สำหรับทุกคน อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพหัวใจและคนที่เป็นมะเร็งก็สามารถกินโปรตีนจากเต้าหู้ได้อย่างเต็มที่

โปรตีนที่ดีที่สุด: ถั่ว

ถั่วนั่นเต็มไปด้วยไขมัน(ที่ดี) โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ แนะนำว่าให้กินถั่วที่คั่วแบบไม่ใช้น้ำมันและไม่ใส่เกลือเยอะเกินไป จะดีต่อสุขภาพมากกว่าค่ะ

โปรตีนที่ดีที่สุด: ไข่

ไข่แดงอุดมไปด้วยวิตามินอี และไข่ขาวก็อุดมไปด้วยโปรตีนดีๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง

ถึงแม้ว่าอาหารบางชนิดจะมีรสชาติอร่อยและเมื่อได้กินเข้าไปแล้วมันยั้งปากไม่ได้จริงๆ แต่ก็ควรจะมีสติเอาไว้แล้วลองนึกถึงผลเสียที่กำลังจะตามมา ก็จะทำให้คุณได้สติ หันกลับมากินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นค่ะ

เข้าหน้าฝนอย่างเต็มตัวแล้วไม่ว่าจะทำอะไรก็ลำบาก ใครที่กำลังค้าขายอยู่แต่ช่วงนี้ลูกค้าหดหายเพราะฤดูฝนแล้วละก็วันนี้ไม่ต้องเครียดอีกต่อไปแล้วแอดมินมีสินค้าทำเงินช่วงหน้าฝนมาแนะนำ

โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด ช่วงนี้ลูกค้าอาจหดหายเพราะฝนไปบ้าง ก็คงต้องมีการปรับตัว หรือปรับเปลี่ยนสินค้าในการขาย เพื่อให้เข้ากับฤดูกาล ซึ่งวันนี้ ทางสยามอาชีพมีสินค้าและบริการมาแนะนำ ที่เหมาะสำหรับขายและให้บริการในช่วงหน้าฝนกันด้วยค่ะ จะมีสินค้าและบริการอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. ร่ม

ไม่มีก็คงไม่ได้แล้วสำหรับร่มในช่วงหน้าฝนนี้และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสิ่งที่ขายดีที่สุดในฤดูกาลนี้เลยซึ่งปัจจุบันร่มนั้นมีให้เลือกหลายหลายมาก โดยเฉพาะร่มที่เน้นความกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวกแถมยังมีลวดลายที่สวยงามน่ารักและยังมาพร้อมกับการป้องกันรังสียูวีสำหรับแดดช่วงหน้าร้อนได้ด้วย เรียกได้ว่าซื้อร่มสมัยนี้ใช้ได้ทุกฤดูกาลจริงๆ เพราะฉะนั้นร่มจึงเป็นตัวเลือกที่ดีอันดับต้นๆในการขายของช่วงหน้าฝนเลย

2. เสื้อกันฝน

อีกหนึ่งสินค้ายอดนิยมสำหรับฤดูกาลนี้ก็คือเสื้อกันฝนไม่มีร่มก็ใส่เสื้อกันฝนได้ เพราะสามารถกันฝนได้ดีเหมือนกัน ยิ่งสำหรับคนที่ขับรถมอเตอร์ไซต์จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีติดรถไว้ตลอด อีกทั้งยังคลุมทั้งตัวด้วยส่วนมากเสื้อกันฝนก็จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินไปทำงานหรือเดินไปทำธุระแต่ไม่อยากหรือร่มรวมถึงเด็กเล็กๆ ที่คุณพ่อคุณแม่มักจะให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย แม้ท่านจะกางร่มให้ก็ตาม ถือได้ว่าก็เป็นสินค้าที่น่าสนใจนำมาขายเพราะกลุ่มลูกค้าก็ค่อนข้างหลากหลาย

3. เครื่องสำอางกันน้ำ

สิ่งสำคัญที่สุดของผู้หญิงก็คือไม่ว่าจะฤดูไหนหน้าต้องสวยเป๊ะ โดยเฉพาะหน้าฝนด้วยแล้ว ยิ่งต้องเลือกใช้เครื่องสำอางที่ค่อนข้างกันน้ำได้อย่างดีเลยค่ะไม่เช่นนั้นแล้ว ความปัง อาจจะกลายเป็นความพังเพราะหน้าเยิ้มด้วยเครื่องสำอางได้ จริงๆแล้วเครื่องสำอางสมัยนี้ ก็มีคุณสมบัติกันน้ำเกือบทุกยี่ห้อแล้วนะคะ หากสนใจจะนำมาขายก็ลองดูว่าลูกค้าที่เราต้องการขาย เป็นลูกค้ากลุ่มไหน นักเรียน นักศึกษา หรือพนักงาน ผู้บริหาร เพราะเครื่องสำอางก็มีหลายเกรด ตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงราคาแพง

4. กระเป๋าเอกสารกันน้ำ

ซอง แฟ้ม ถุงพลาสติกซิบล็อกหรือกระเป๋าเอกสารกันน้ำ ก็เป็นอีกสินค้าที่จำเป็นอย่างมากในหน้าฝน เพราะเป็นการป้องกันเอกสารเปียกหรือเสียหาย ยิ่งหากเป็นเอกสารสำคัญแล้วจำเป็นต้องพกออกไปข้างนอกด้วยด้วยแล้ว ยิ่งจำเป็นจะต้องมีสินค้านี้ไว้เพราะเราไม่รู้เลยว่าฝนจะตกมาเมื่อไหร่

5. ซองกันน้ำ

ซองกันน้ำสำหรับมือถืออาจไม่ได้ใช้เฉพาะเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ซึ่งช่วงหน้าฝนก็สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เหมือนกันค่ะ เพราะเหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะหรือเดินทางเท้าไปสถานที่ต่างๆ และหากต้องประสบพบเจอกับฝนหนัก กระเป๋าหรือเสื้อผ้า ก็อาจไม่สามารถปกป้องโทรศัพท์ไว้ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีซองกันน้ำติดไว้ค่ะ

6. รองเท้าแตะ

หน้าฝนแบบนี้ต้องมีรองเท้าแตะติดกระเป๋าเผื่อไว้เลยค่ะ สำหรับคนที่มักเดินทางไปทำงานด้วยขนส่งสาธารณะต่างๆ ไม่มีทางรู้เลยว่าฝนจะตกตอนไหนจะเบาหรือหนักและยิ่งคนที่ใส่ผ้าใบด้วยแล้วยิ่งต้องพกแตะติดตัวไว้อีกคู่ เพื่อสำรองใช้งาน ณ ตอนนั้นเลย เพราะฉะนั้น การขายรองเท้าแตะในช่วงนี้จึงถือว่าเป็นสินค้าที่ขายดี

7. ไฟฉาย

 

หน้าฝนกับไฟดับมักเป็นของคู่กัน เพราะช่วงเวลาที่เกิดฝนฝ้าคะนองรุนแรงนั้นอาจส่งผลให้เกิดไฟดับได้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดฉะนั้นไฟฉายจึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น ที่ทุกบ้านควรมีเก็บไว้ เพราะพกพาง่าย ใช้สะดวก ส่องสว่างและยิ่งช่วงไฟดับด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีเลยค่ะ ซึ่งหากใช้ไฟฉายจากมือถือนั้น ความสว่างก็จะไม่เท่าไฟฉาย อีกทั้งยังสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ด้วย ดังนั้นไฟฉายจึงถือเป็นสินค้าที่น่าขายในหน้าฝนค่ะ

8.น้ำมันกำจัดสนิมแน่นอนว่าเมื่อมีฝนตกติดต่อกันหลายๆ วันสิ่งที่ตามมาสำหรับสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นเหล็กก็จะเกิดความชื้นสะสมทำให้เป็นสนิม ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการบำรุงรักษาสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้ในฤดูฝนก็คือน้ำมันกำจัดสนิมนั่นเอง ซึ่งตัวผู้ใช้ต้องหมั่นดูแลและสังเกตเครื่องมือเครื่องใช้ในช่วงหน้าฝนเป็นพิเศษด้วย เนื่องจากเกิดสนิมได้ง่ายและควรใช้น้ำมันกำจัดสนิมให้เคยชิน เพื่อไม่ให้เกิดสนิมเกาะแน่นจนยากที่จะเอาออกแล้วถึงบำรุงรักษา ก็ถือว่าเป็นอีกสินค้าที่น่าสนใจจะขายในช่วงนี้ โดยเฉพาะกับลูกค้าที่เป็นช่าง

9. รองเท้าบูท

ถือเป็นไฮไลท์เลยก็ว่าได้ สำหรับสินค้าที่ขายดีในหน้าฝนเพราะหลายพื้นที่ที่ฝนตก อาจจะตกหนักถึงขั้นน้ำท่วมเลยทีเดียว ฉะนั้นหากต้องเดินลุยน้ำไปไหนมาไหนคงหนีไม่พ้นการใส่รองเท้าบูทค่ะ เพราะนอกจากรองเท้าบูทจะไม่ทำให้เท้าเราเปียกแล้วยังช่วยป้องกันเท้าเราจากเชื้อโรค แบคทีเรียและสัตว์มีพิษต่างๆ ที่มาตามน้ำท่วมด้วย ถือว่าเป็นสินค้าที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ใช้ในช่วงฤดูฝนนี้เลยโดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำท่วมได้ง่าย

10. สเปรย์กันน้ำ

สเปรย์กันน้ำ กันโคลนเหมาะสำหรับคนที่ค่อนข้างรักรองเท้าและรักความสะอาดของรองเท้า ซึ่งสเปรย์กันน้ำถือว่าเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์กับลูกค้ากลุ่มนี้และเหมาะจะนำมาขายในช่วงหน้าฝนด้วย ในส่วนของการโปรโมทหรือการทำการตลาด อาจจะต้องทำให้เห็นในวงกว้างค่ะ เพราะลูกค้าบางท่านก็อาจจะไม่รู้จักหรือยังไม่เคยเห็นและควรบอกถึงวิธีการใช้งาน พร้อมกับผลลัพธ์ที่ได้ให้ลูกค้ารับทราบด้วย

11. บริการอาหารเดลิเวอรี่

ในช่วงหน้าฝนบริการเดลิเวอรี่จะค่อนข้างได้รับความนิยม โดยเฉพาะอาหารเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากออกจากบ้านและหากจะออกไปหาอะไรทานข้างนอกก็กลัวเปียก เสียเวลา และค่อนข้างลำบาก อาหารเดลิเวอรี่จึงเป็นสินค้าขายดีในหน้าฝน เพราะตอบโจทย์ลูกค้ามาก หากคุณขายอาหารอยู่แล้วก็ควรจะมีบริการเดลิเวอรี่เสริมด้วยนะคะ ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องจ้างคนส่งแล้ว แต่สามารถใช้บริการแอพพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Line Man, Grab Food หรือ Get Food ได้เลย

12. บริการซัก อบ รีด

เรียกได้ว่าเป็นบริการที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับช่วงนี้เลยเพราะหากฝนตกติดกันทุกวัน หลายๆท่านคงไม่สะดวกซักผ้าหรือหากซัก ผ้าก็คงจะไม่แห้งและยังอับชื้น มีกลิ่นเหม็นอับร่วมด้วย ดังนั้น การใช้บริการ ซัก อบ รีด จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้ผ้าแห้งไวและมีกลิ่นหอม หากคุณทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว คุณก็อาจจะออกโปรโมชั่นให้น่าสนใจเพื่อให้ลูกค้ามาให้บริการมากขึ้น

13. บริการอาบน้ำ ตัดขนสัตว์

ฝนตกแบบนี้บ้านไหนที่มีน้องหมาและน้องแมวจอมซน จอมป่วน ก็อาจปวดหัวได้ เพราะน้องๆมักจะออกไปวิ่งเล่นท่ามกลางสายฝน ซึ่งนอกจากจะตัวเปียกกลับบ้านแล้วยังได้ดิน โคลนเศษใบไม้ใบหญ้าติดมาด้วย เจ้าของก็คงต้องพึ่งบริการจากร้านรับอาบน้ำตัดขนสัตว์เป็นแน่เพราะจะมาอาบเองก็คงไม่ไหว ยิ่งช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว อากาศยิ่งชื้น หากอาบน้ำให้น้องหมาแมวไม่สะอาด เป่าขนไม่แห้ง ก็อาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค ผิวหนังเป็นแผลหรือป่วยได้ ดังนั้นร้านที่รับบริการอาบน้ำตัดขนช่วงนี้ก็ถือเป็นช่วงทำรายได้ดี อาจจะทำแคมเปญให้ลูกค้าร่วมสนุกและมาให้บริการมากขึ้นได้

14. บริการล้างรถ

ช่วงหน้าฝนนี้จะมีลูกค้าอยู่สองประเภทที่จะใช้บริการล้างรถ ประเภทแรกคือรอหน้าฝนผ่านไป ค่อยล้างทีเดียวหรือแน่ใจแล้วว่าฝนจะไม่ตกแล้วช่วงนี้ จึงค่อยล้างกับอีกประเภทหนึ่งคือ ใน 1 สัปดาห์ ล้างรถประมาณ 2-3 ครั้ง ซึ่งเป็นประเภทที่เห็นรถสกปรกนานๆไม่ได้เลย รักษารถมาก ต้องการให้สะอาดตลอดเวลา เพราะฉะนั้นบริการล้างรถ จึงไม่ต้องกลัวกิจการซบเซาเลยมิหนำซ้ำ หากคุณออกโปรโมชั่นโดนๆเด็ดๆ ก็อาจจะได้ลูกค้ากลุ่มขี้เกียจล้างรถช่วงหน้าฝนมาเป็นลูกค้าเพิ่มด้วยก็ยังได้

15. บริการรับซ่อมรอยรั่วซึม

ปัญหาที่มาพร้อมกับหน้าฝนอีกปัญหาหนึ่งก็คือหลังคารั่ว ผนังซึม เนื่องจากบ้านหลายๆท่านอาจจะได้รับผลกระทบจากฝนหนักจึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ดังนั้นอาชีพบริการรับซ่อมแซมรอยรั่วซึม รับเปลี่ยนหลังคา ซ่อมหลังคา ก็จะได้รับความนิยมในช่วงนี้

Theme Settings

x